หน้าแรกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกพรีวิว ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก : บาร์เซโลนา พบกับ บาเยิร์น มิวนิค

พรีวิว ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก : บาร์เซโลนา พบกับ บาเยิร์น มิวนิค

ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย บาร์เซโลนา ผ่านนาโปลีมาได้สำเร็จ ในขณะที่ บาเยิร์น เองก็ ปิดจ็อบ เชลซี ได้แบบไม่มีปัญหา

ไม่น่าเชื่อว่านี่เป็นครั้งที่ 13 ติดต่อกันแล้ว ที่บาร์ซา เข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย แต่พวกเขากลับคว้าแชมป์ ยุโรป มาครองได้แค่สมัยเดียวเท่านั้นในช่วงหลัง นับตั้งแต่ปี 2015 ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาที่นานมากสำหรับสโมสร โดยฤดูกาลก่อนพวกเขา ตกรอบรองชนะเลิศ ทั้งที่เอาชนะมาก่อนในเลก 3-0 แต่สุดท้ายกลับมาโดนทีเด็ดของ ลิเวอร์พูล ที่สุดท้ายเข้ารอบชิงชนะเลิศ และคว้าแชมป์มาครอง

แน่นอนว่า บาร์ซา กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่กดดัน เนื่องจากพวกเขาต้องการคว้าแชมป์รายการนี้ เพื่อไม่ให้จบฤดูกาลแบบมือเปล่าในความเป็นจริงพวกเขามีโอกาสสูงมากที่จะได้แชมป์ลาลีกา แต่สุดท้าย กับเป็น เรอัล มาดริด ที่ฝ่าฟันอุปสรรค และเข้าป้ายคว้าแชมป์ไปครอง

อย่างไรก็ตาม บาร์ซา แพ้เพียงแค่ 2 เกมเท่านั้น จากการลงสนาม 31 นัดหลังสุดในแชมเปี้ยนส์ลีก และไม่แพ้ทีมจากเยอรมันเลยมา 6 นัดติดต่อกัน โดยครั้งสุดท้ายที่พวกเขาแพ้ก็เป็นเกมรอบรองชนะเลิส ที่แพ้ต่อบาเยิร์น มิวนิค เมื่อปี 2015

กีเก้ เซเตียน โชว์ฟอร์มได้ไม่ดีเท่าไหร่ แม้จะเปิดรัง คัมป์ นู ชนะนาโปลี 3-1 ทำให้พวกเขาผ่านเข้ารอบต่อไปด้วยสกอร์รวม 4-2 โดยพวกเขาได้ประตูจาก เคลมองต์ ลองเลต์, หลุยส์ ซัวเรซ และ ลิโอเนล เมสซี ที่ทำผลงานได้อย่างเยี่ยม ในการเจอกับทีมจากอิตาเลียน

ในความเป็นจริง บาร์ซา ชนะมา 14 จาก 19 นัด ในการเจอกับ ทีมจากเยอรมัน ในรอบน็อคเอาท์ แต่การชนะพวกเขา และ พวกเขาก็เป็น 1 ใน 2 ทีมที่ยังไม่แพ้ใครในแชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลนี้ร่วมกับ บาเยิร์น มิวนิค

สถิติโดยรวมของทีมจากสเปน ในการเจอกับ บาเยิร์น นั้นไม่ได้ดีเท่าไหร่ หลังชนะ แค่ 2 จากการเจอกัน 10 ครั้งหลังสุด นั่นทำให้นี่เป็นงานที่ยากของทีมจากกาตาลัน ก่อนที่จะลงสนามในเกมนี้

อย่างไรก็ตาม เซเตียน ยังไม่ชัดเจนว่าจะได้คุมทีมต่อไปในฤดูกาลหน้าหรือไม่ แต่ฟอร์มช่วงหลังของทีม พวกเขาชนะมา 5 จาก 6 เกมหลังสุดในทุกรายการ

เนื่องจากการมีเมสซี ทำให้ไม่มีใครกล้าตัดทีมจากสเปน ออกไปได้ แม้ว่าหลายคนจะบอกว่าฟุตบอลจะต้องเล่นเป็นทีม เพื่อเป็นแชมป์ในฤดูกาลนี้ และผ่านเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศให้ได้

ดังทีได้กล่าวไป บาเยิร์น ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายด้วยการถล่มเชลซีไปด้วยสกอร์รวม 7-1 อันที่จริงชัยชนะ 3-0 ในเดือนกุมภาพันธ์ ที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ มันก็น่าจะจบไปแล้ว แต่พวกเขาก็มาเอาชนะในบ้านได้อีกด้วยสกอร์ 4-1 เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม และเป็นโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ที่ระเบิดฟอร์มได้อย่างต่อเนื่อง

ตอนนี้ เลวานดอฟสกี้ ทำไปแล้ว 53 ประตู จากการลงสนามทั้งหมด 44 นัดในทุกรายการของฤดูกาลนี้ รวมถึงการยิงไป 13 ประตู จากการลงสนามในแชมเปี้ยนส์ลีก ทั้งหมด 7 นัด และในคืนวันศุกร์เขาพร้อมจะสรางความแตกต่างให้กับบาเยิร์น อีกครั้ง

บาเยิร์น เป็นทีมเดียวที่เก็บได้ 18 คะแนนเต็มจากรอบแบ่งกลุ่มฤดูกาลนี้ นั่นหมายความว่าพวกเขาชนะมา 8 นัดติดต่อกันแล้ว และไม่แพ้ใครในบอลยุโรป ติดต่อกันมา 13 นัด และเปลี่ยนเป็นชัยชนะได้ถึง 10 ครั้ง

ตั้งแต่ปี 2013 เสือใต้ก็ไม่สามารถคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ลีกมาครองได้เลย ซึ่งถือว่าน่าแปลกใจกับฟอร์มการเล่นแบบนี้

แต่ในฤดูกาลนี้ บาเยิร์น มีความสุขหลังกวาดแชมป์ทุกรายการในประเทศ ไล่ตั้งแต่ บุนเดสลีกา สมัยที่ 30 ตามด้วยเดเอฟเบ โพคาล สมัยที่ 20 ซึ่งถือเป็นผู้ครองแชมป์ทั้ง 2 รายการสูงสุด ณ ปัจขุบัน พวกเขาเป็นยักษ์ใหญ่ของเยอรมันมาตลอด อย่างไม่มีข้อสงสัย แต่ในบอลยุโรป พวกเขากลับไม่สามารถโชว์ฟอร์มแบบนั้นได้

การแพ้ต่อลิเวอร์พูล ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายเมื่อปีก่อน ถือเป็นความล้มเหลวครั้งแรกของบาเยิร์น ที่ไม่สามารถเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายได้ เพราะก่อนหน้านั้น 7 ปี พวกเขาเข้ามาได้ตลอด และเกมนี้พวกเขาจะต้องระวังอันตรายจาก บาร์ซา

ในความเป็นจริง เสือใต้แพ้ในรอบน็อคเอาท์ มา 5 จาก 6 ครั้งหลังสุดท้าย ยามเจอกับทีมในลาลีกา โดยครั้งล่าสุดเกิดขึ้นจากการเจอกับ เรอัล มาดริด ในรอบรองชนะเลิศ 2017/18

ในขณะเดียวกันพวกเขาชนะทีมจากสเปน แค่ครั้งเดียวเท่านั้น และเป็นความพ่ายแพ้ถึง 3 ครั้งในรอบนี้

โดยผู้ชนะของคู่นี้จะผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ไปพบกับ ลียง หรือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และมันเป็นเกมบิ๊กแมตช์ที่น่าจับตามองที่สุด

6554-33125-original-300x169 พรีวิว ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก : บาร์เซโลนา พบกับ บาเยิร์น มิวนิค ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

ความพร้อมของทั้งสองทีม

บาร์ซา จะไม่มี ซามูเอล อุมตีตี้ อีกครั้ง เพราะอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า แต่ อุสมาน เดมเบเล่ กลับมาซ้อมได้แล้ว หลังต้องพักมายาวจากปัญหาที่ แฮมสตริง และอาจจะมีชื่อเป็นตัวสำรองในเกมนี้

นอกจากนี้ กีเก้ เซเตียน จะได้ 2 กองกลาง อย่าง เซร์คิโอ บุสเกสต์ และ อาร์ตูโร่ วิดัล ที่ติดโทษแบนกลับมาลงสนามได้อีกครั้ง และอาจจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงทันที ซึ่งเป็นสิ่งที่เซเตียน ต้องพิจารณา และอาจจะใส่กองกลางลงไป 4 คนเลยทั้ง บุสเกสต์, วิดัล, เฟรงกี้ เด ยอง และ เซร์กี โรแบร์โต้ นั่นหมายความว่า กรีซมันน์ อาจจะเสียตำแหน่งตัวจริง และเป็นเมสซี และ หลุยส์ ซัวเรซ ที่ได้ตับคู่กันในแดนหน้า

ส่วน เนลสัน เซเมโด้ น่าจะเล่นเป็นแบ็คขวาต่อ โดยส่วนของ อิวาน ราคิติช อาจจะโดนเบียดจากตำแหน่งตัวจริง หลังกองกลางหลายคนกลับมาพร้อมให้เลือก

ด้านบาเยิร์น เยโรม บัวเต็ง กองหลังประสบการณ์สูง มีปัญหาในเกมกับเชลซี และที่ คิงส์ลีย์ โคม็อง น่าจะกลับมาลงสนามได้หลังก่อนหน้านี้มีปัญหาที่กล้ามเหนื้อ

โคม็อง น่าจะได้ออกสตาร์ทแทนที่ของ อิวาน เปริซิช และประสานงานร่วมกับ โธมัส มุลเลอร์ และ เซิร์จ กนาบรี ขณะที่ แบงจาแมง ปาวาร์ มีอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้า และทำให้ โจชัว คิมมิช จะได้ออกสตาร์ทเป็น แบ็คขวา

ติอาโก้ อัลคันทาร่า ที่มีข่าวลือเรื่องการย้ายออกจากทีม น่าจะได้ประสานงานกับ ลีออน โกเรตซ์ก้า ในแดนกลางและทำให้ ฆาบี มาร์ติเนซ หลุดไปเป็นตัวสำรอง

ฟิลิปเป้ คูตินโญ สามารถลงสนามในเกมนี้ได้ ในการเจอกับ ทีมแม้ แต่ดูเหมือนเขาไม่น่าจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง ขณะที่ อัลฟองโซ เดวีส์ ที่เริ่มฝึกซ้อมได้ ก็น่าจะถูกใส่ชื่อลงสนามในเกมนี้

efa8675dd0fe82999af6d0445615f772-300x169 พรีวิว ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก : บาร์เซโลนา พบกับ บาเยิร์น มิวนิค ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

คาดการณ์ 11 ตัวจริง บาร์เซโลนา

แตร์ สเตเก้น, เซเมโด้, ปิเก้, ลองเลต์, อัลบา, โรแบร์โต้, บุสเกสต์, วิดัล, เด ยอง, ซัวเรซ, เมสซี

คาดการณ์ 11 ตัวจริง บาเยิร์น มิวนิค

นอยเออร์, คิมมิช, บัวเต็ง, อลาบา, เดวีส์, ติอาโก้,โกเรตซ์ก้า, โคม็อง, มุลเลอร์, กนาบรี, เลวานดอฟสกี้

สถิติการเจอกันของทั้ง 2 ทีม

ทั้งทีมเจอกันในบอลยุโรป มาแล้วทั้งหมด 10 ครั้งในช่วงก่อนหน้านี้ และ บาเยิร์น มีสถิติที่ดีกว่า หลังชนะไป 6 ครั้ง เสมอ 2 และอีก 2 ครั้งเป็นชัยชนะของบาร์เซโลนา

ในรอบรองชนะเลิศ ปี 2014/15 บาร์ซา ล้มบาเยิร์นลงได้ ขณะที่ เสือใต้ก็ล้มเจ้าบุญทุ่ม ในรอบรองชนะเลิศ ในฤดูกาล 2012/13 ก่อนที่จะก้าวไปเป็นแชมป์

นอกจากนี้พลพรรคอาซูลกรานา ยังเคยเอาชนะบาเยิร์น ได้ในรอบก่อนรองชนะเลิศ ในฤดูกาล 200829 แต่ทีมจากเยอรมันก็ชนะในรอบแบ่งกลุ่มของถ้วยยุโรป 2 นัดก่อนหน้านี้

คาดการณ์ผล บาร์เซโลนา แพ้ บาเยิร์น 1-2

ด้วยเหตุผลหลายประการ นี่เป็นเกมที่ยากสำหรับทั้งสองทีม ขึ้นอยู่กับ วิธีการรับมือของพวกเขา และโครงสร้างของการแข่งขัน ผู้จัดการทั้งสองทีม น่าจะรู้ว่าพวกเขาอาจจะเจอปัญหาในพื้นที่สุด แต่ฟอร์มช่วงหลังของบาเยิร์น ที่ไม่แพ้ใครเลย ทุกรายการนับตั้งแต่เดือนธันวาคม ทำให้เรารู้สึกว่ายากที่จะไม่ชูทีมของ ฮันซี ฟลิค และเชื่อว่าสุดท้ายพวกเขาชนะไป 2-1 โดยทั้งสองฝ่ายต่างทำประตูได้

RELATED ARTICLES
- Advertisment -